MThai
ข้อความและภาพที่ถูกโพสบนหน้าเว็บ https://picpost.mthai.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความ หรือภาพใดๆ ที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการ เก็บข้อมูลและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทันที ขอขอบพระคุณ
โพสต์ภาพ

รูปภาพ พระภูมิเจ้าที่

หน้าแรก / ภาพ อื่นๆ / พระภูมิเจ้าที่

ประวัติความเป็นมาของพระภูมิ

 

เบื้องมาแต่ครั้งบรรพกาล พระเจ้าทศราชครองราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระองค์มีหระมเหสีทรงพระนามว่า นางสันทาทุกข์ พระนางได้ประสูติพระโอรส ๙ พระองค์ คือ พระชัยมงคล พระนครราช พระเทเพน พระชัยศพณ์ พระคนธรรพ์ พระธรรมโหรา พระวัยทัต พระธรรมิกราช และพระทาษธารา ตามลำดับ ต่อมาเมื่อพระราชโอรสเจริญวัยเติบใหญ่แล้ว เจ้ากรุงพาราณสีได้ให้ไปครอบครองภูมิสถานต่างๆ ดังนี้

ครั้นจำเนียรกาลนานมาเมื่อพระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นในโลก พระพุทธองค์ทรงขอพื้นที่จากพระเจ้ากรุงพาลี ๓ ก้าว เพื่อใช้เป็นที่เผยแผ่ประกาศคำสั่งสอนของพระองค์เมื่อพระภูมิอนุญาต พระพุทธองค์ทรงแสดงปาฏิหาริย์ ก้าวย่างเพียง ๒ ก้าว ก็พ้นเขตพระภูมิทั้งหมด บรรดาพระภูมิทั้งหลายจึงไม่มีที่อยู่ ต้องออกไปอยู่นอกฟ้า ได้รับความทุกข์ยากอดอยากขาดแคลเครื่องสังเวย จึงได้ทูลขอที่อยู่เดิมกลับคืน และได้พุทธานุญาตทั้งได้พรว่า ผู้จะที่ทำการมงคลเกี่ยวแก่พื้นดิน ต้องสักการะบูชาสังเวยพระภูมิก่อน จึงจะได้รับความสุขสวัสดี คนทั้งหลายจึงต้องสักการะพระภูมิเจ้าที่สืบมาจนบัดนี้

อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า ผู้ที่มาขอที่ดินจากพระเจ้ากรุงพาลีคือพระนารายณ์ ด้วยเหตุว่าพระเจ้ากรุงพาลีกระทำแต่ความเดือดร้อนแก่ราษฎร พระนารายณ์จึงแปลงเป็นพราหมณ์มาขอที่ดินเพียง ๓ ก้าว ในขณะจะทำการหลั่งน้ำอุทิศให้ พระศุกร์ผู้เป็นอาจารย์ของพระเจ้ากรุงพาลี รู้ว่าพระนารายณ์แปลงมา จึงได้แปลงกายเข้าไปขวางไว้ไม่ให้น้ำหลั่งออกมาจากเต้าได้ พระนารายณ์จึงเอาหญ้าคาแทงเข้าไปทางปากน้ำเต้าถูกตาของพระศุกร์บอด เมื่อทนความเจ็บปวดไม่ไหวพระศุกร์จึงหนีไป และตาของพระศุกร์เลยบอดข้างหนึ่งนับแต่นั้นมา

เมื่อพระเจ้ากรุงพาลี หลั่งน้ำเต้าอนุญาตอย่างเป็นทางการแล้ว พราหมณ์แปลงก้าวขาเพียง ๒ ก้าว ก็หมดสิ้นอาณาเขตของพระภูมิ สำหรับเรื่องราวในตอนท้ายก็คล้ายๆกัน

นอกจากพระภูมิทั้ง ๙ องค์ ตามที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังมีบริวารอีก ๓ คน คือ นายจันทร์ดี นางจันทร์ดี และจ่าลัมพระเชิงเรือน (บางตำราว่า ๑. นายจัน หรือจ่าสพ ๒.นายจันทิศ หรือจันทรทิศ ๓. นายจันที หรือ จันทรี อาจสม) แม้จะนำเครื่องสังเวยไปถวาย พึงสมมุตตนเป็นคนใช้ของพระภูมิทั้ง ๓ คนนั้น แล้วนำไปบูชา จะได้ลาภแก้วแหวนเงินทอง

 

เข้าระบบ MThai


สวัสดี user


พูดคุย ทักทาย