ข้อความและภาพที่ถูกโพสบนหน้าเว็บ https://picpost.mthai.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความ หรือภาพใดๆ ที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการ เก็บข้อมูลและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทันที ขอขอบพระคุณ
โพสต์ภาพ

รูปภาพ โครงกระดูกในตู้

หน้าแรก / ภาพ อื่นๆ / โครงกระดูกในตู้

Skeleton in the Cupboard หรือ โครงกระดูกในตู้เป็นสำนวนฝรั่ง ที่เปรียบเรื่องราวที่ไม่ค่อยอยากให้ใตรรู้ เกี่ยวกับคนในวงศ์ตระกูล จนต้องเก็บซ่อนไว้ในตู้ ไม่ให้ใครรู้เห็น เป็นหนังสือเรื่องหนึ่ง ของ อฺ คึกฤทธิ์ ปราโมชย์ ที่กล่าวถึงป้าของท่านที่ท่านเปรียบ เจ้าฉวีวาด เจ้าป้าท่านว่าเป็นโครงกระดูกชิ้นใหญ่ ของตระกูล ซึ่งชีวิตเจ้าฉวีวาด ช่างมีเรื่องราวโลดโพน ยิ่งกว่านิยาย

ประวัติย่อ หม่อมเจ้าฉวีวาด ปราโมช ประสูติระหว่างปี 2397-2399 เป็นพระธิดาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปราโมช กรมขุนวรจักรธรานุภาพ (พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า

นภาลัย) กับหม่อมราชวงศ์ดวงใจ (หลานปู่ในกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข) เมื่อเติบโตได้รับการหมั้นหมายจากพระองค์เจ้า คัคนางค์ยุคล พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4 แต่มารู้ภายหลังว่าพระองค์เจ้าคัคนางค์ ทรงมีหม่อมชื่อสุ่นอยู่ในวังแล้วคนหนึ่ง ด้วยความคิดที่ก้าวหน้า ท่านจึงไม่ยินยอม บังคับให้พระองค์คัคนางค์เลิกกับหม่อมสุ่น พระองค์เจ้าคัคนางค์ไม่ทรงยินยอม นอกจากหม่อมเจ้าฉวีวาดไม่ทรงยินยอมแล้ว ยังสำแดงอาการเอาแต่ใจตนเองผิดวิสัยกุลสตรีในสมัยนั้น คือโยนของหมั้นของพระองค์คัคนางค์ทิ้งทางหน้าต่างตำหนักเรี่ยราดกับพื้นดิน กรมหลวงพิชิตฯ ต้องให้มหาดเล็กมาเก็บคืนไป

หม่อมเจ้าฉวีวาดได้สมรสกับพระองค์เจ้าเฉลิ
มลักษณวงศ์ พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีความสนิทสนมกับครอบครัวนายโทมัส น็อกซ์ กงสุลอังกฤษ ในเวลาต่อมาท่านได้ก้าวเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งระหว่างวังหลวงและวังหน้า โดยในวันรุ่งขึ้นหลังเหตุระเบิดที่ตึกดินในวังหลวง [2] ท่านว่าจ้างเรือสำเภาขนสมบัติและผู้ติดตามหนีไปยังเขมร พร้อมคณะละครของเจ้าจอมมารดาอำภา ซึ่งถือเป็นคณะละครที่มีชื่อเสียงที่สุดในราชสำนัก จนเรือของท่านถึงราชสำนักเขมร ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากสมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ (นักองค์ราชาวดี) ด้วยความพอใจทั้งตัวท่านและคณะละครที่ท่านนำมา โรงละครโรงใหญ่ของเจ้าจอมมารดาอำภาได้กลายเป็นต้นแบบของละครในประเทศเขมรปัจจุบันนี้

สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ทรงสถาปนาท่านเ
ป็นถึงพระราชเทวี มีพระโอรสพระองค์หนึ่งคือ พระองค์เจ้าพานคุลี ครั้งเวลาล่วงเลยไป ท่านกลับสู่แผ่นดินแม่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และบวชเป็นรูปชี ใช้ชีวิตอย่างสงบ หม่อมเจ้าฉวีวาดถึงชีพิตักษัยเมื่ออายุได้ 80 ปี

เข้าระบบ MThai


สวัสดี user


พูดคุย ทักทาย