MThai
ข้อความและภาพที่ถูกโพสบนหน้าเว็บ http://picpost.mthai.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความ หรือภาพใดๆ ที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@mthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการ เก็บข้อมูลและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทันที ขอขอบพระคุณ
โพสต์ภาพ

รูปภาพ สี่ฤดูทีวัดไดโงะประเทศญี่ปุ่น

หน้าแรก / ท่องเที่ยว / สี่ฤดูทีวัดไดโงะประเทศญี่ปุ่น

เห็นภาพซากุระสวยๆในอินเตอร์เน็ต รู้มั๊ยว่าส่วนใหญ่เขามักไป

ถ่ายที่ใด คนส่วนใหญ่ถ้าพูดถึงซากุระจะคิดถึงวัดไดโกะ

(ที่เกียวโตหรือเกียวโตะประเทศญี่ปุ่น)เป็นสถานที่แรก


วัดไดโกะชื่อในทะเบียนมรดกโลกจดที่ภูเก็ตเมื่อปี1994เรียกว่า

ไดโงะ(Daigo-ji)คนไทยมักเรียกวัดไดโกะหรือจิไดโกะ


วัดไดโงะเป็นวัดที่สวย4ฤดู มีวัดย่อยอีกหลายวัดใกล้กันและมี

จัดเทศกาลตลอดปี ไม่ว่าจะไปเดือนใหนก็อาจมีโอกาส

ได้ชมเทศกาล บางเทศกาลใช้เวลาการทำพิธีเพียง15นาที 

คนญี่ปุ่นเวลาเกิดต้องมาขอพรที่ศาลเจ้าชินโต

พอจะแต่งงานไปแต่งในโบสถ์ของศาสนาคริสต์

แต่พอเสียชีวิตกลับจัดงานศพตามแบบพุทธ

 แสดงให้เห็นถึงความใจกว้าง การรู้จักรับ เรียนรู้ เลือกใช้และ

ปรับปรุงพัฒนาของคนญี่ปุ่น จนกลายเป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่น


าคารที่นี่ส่วนใหญ่มีอายุยาวนานหลายร้อยปีได้ขึ้นทะเบียน

เป็นสมบัติของชาติ คนส่วนใหญ่มักเลือกไปตอนฤดูใบ

ไม้ล่วงดูใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดง และฤดูหนาวชมซากุระ


ไดโงะเป็นวัดที่มีประวัติที่ยาวนาน ก่อสร้างในปี ค.ศ. 593 เป็นวัด

พุทธแห่งแรกของญี่ปุ่น เป็นวัดที่มีอิทธิพลทางการเมืองนักการเมือ

คนสำคัญมักมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวัดนี้ วัดไดโงะได้รับการ

บูรณะจากจักรพรรดิหลายสมัย มีพื้นที่โดยรวม2ล้านตารางเมตร ตัว

อาคารสมัยแรกไม่หลงเหลืออยู่แล้ว ที่เห็นอยู่ในตอนนี้เป็นตึกสร้างใหม่


ตึกพังจากภัยสงคราม เขาก็จะสร้างขึ้นมาใหม่ทันที เพื่อรักษาโครง

สร้างดั้งเดิมไว้ ตัวเจดีย์และวิหารได้อิทธิพลจากสถาปัตย์แบบจีน จึง

สีแดงสดไม่เหมือนวัดอื่นที่จะไม่ทาสี ประตูโทริของที่นี่ถือว่าแปลก

เพราะปกติวัดพุทธจะไม่มีประตูโทริ วัดที่เก่าแก่มากๆเท่านั้นถึงจะมี

ปัจจุบันศาลเจ้าในศาสนาชินโตจะมีโทริ แต่วัดพุทธจะไม่มี


ตำนานเรื่องเล่า ชิเทนโนจิมาเอะ(หน้าวัดชิเทนโนจิ)

ยูฮิงะโอกะ (เนินเขาแห่งแสงอัสดง)บ่งบอกถึง ในอดีต

 เมื่อมองผ่านประตูวัดออกไปในวันที่กลางวันและกลางคืน

เท่ากัน จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกลงตรงประตูพอดี ผู้คน

ก็จะมากราบไหว้ขอพรกัน แต่สมัยนี้มองไม่เห็นพระอาทิตย์

ขึ้นและตกตรงประตูแล้ว เพราะเมืองเจริญไปมาก มีตึกสูงบังอยู่


วัดนี้มีโรงเรียนในสังกัดวัดหลายโรงเรียน (โรงเรียนวัดบ้านเรา)

ในสมัยก่อนมีทั้งโรงพยาบาล ที่ประชุม เวทีการแสดงหิน (เป็น

1 ใน 3 ของเวทีการแสดงหินโบราณยังหลงเหลืออยู่) แสดง

ให้เห็นว่าที่ญี่ปุ่นวัดเป็นศูนย์รวมชุมชนในสมัยก่อน


ภายในวัดไดโงะแบ่งเข้าชมเป็นสามส่วน ต้องซื้อตั่วเข้าชม3ใบ

ราคา1500เยน ถ้าซื้อทีละใบ ใบละ600เยน เมื่อเข้าไปด้านในแล้ว

 เราสามารถซื้อคูปองเข้าไป นั่งดื่มน้ำชาทานขนมหวานในสวนซากุระ

คนละ 400 เยน ของหวานมีชื่อ ซึริกาเนะ มันจู เป็นขนมแป้งทอดรูป

ทรงระฆังคว่ำใส้ถั่วแดงกวน เป็นขนมที่มีชื่อของวัด เข้ากับชาเขียวได้ดี

ที่หอมแตะจมูก นั่งบนเสื่อทาทามิ จิบชาไป มองสวนสวยซากุระไป


สะพานโค้งสีแดงเป็นสะพานข้ามไปศาลเจ้าสุมิโยสินิ เมื่อประมาณ

1500 ปีผ่านมา สมัยเฮอัน ที่นี่เป็นศาสนสถานของศาสนาชินโต

ขณะนั้นเกียวโต เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น  นักศึกษาชาวญี่ปุ่นนั่ง

เรือไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน ก่อนเดินทางจะต้องมาแวะที่ศาลเจ้า

สุมิโยสินี่ ขอพรจากเทพแห่งทะเลคุ้มครองให้เดินทางปลอดภัย


สะพานโค้งสีแดงข้ามคลองเล็กๆถ้าเรามองจากด้านข้างเราจะเห็น

เงาสะท้อนของสะพานในน้ำเชื่อมกับตัวสะพานจริงดูเป็นรูปวงกลม

เป็นทิวทัศน์ขึ้นชื่อของที่นี่และทุกคนต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึก


ศาลเจ้ามุงหลังคาด้วยหญ้าคาสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ มีสาวมิโกะ

(หญิงสาวที่ทำงานในศาลเจ้า) ใส่ฮากามะ (กางเกงขาบาน

สไตล์ญี่ปุ่น)สีแดงและสีฟ้า เดินแจกลูกโป่งให้เด็กๆ เทศกาล

ชิชิโกะซัง (ชิชิ 7- โกะ 5- ซัง3) ซึ่งเป็นเทศกาลที่พ่อแม่จะ

พาลูกชายที่อายุ 5 ขวบ หรือลูกผู้หญิงอายุ 3 และ 7 ขวบ มา

ไหว้ขอพรเทพเจ้าคุ้มครองให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง แสดง

ให้เห็นสังคมญี่ปุ่นช่างมีความหลายหลายทางวัฒนธรรมจริงๆ  


ที่มาของข้อมูล http://www.daigoji.or.jp/index.html


แปล เรียบเรียงและย่อสรุปโดย oyusaeieo

เข้าระบบ MThai


สวัสดี user


พูดคุย ทักทาย